เบอร์มิจฉาชีพห้ามรับ DHL โทรมาว่ามีพัสดุตีกลับ ทำไง 2565

“ท่านมีพัสดุตกค้าง” หรือ “มีพัสดุถูกตีกลับไม่สามารถจัดส่งได้” ประโยคเหล่านี้คงจะเป็นคุ้นเคยกับหลาย ๆ ท่านซึ่งกำลังโดนเหล่ามิจฉาชีพหรือแก็งคอลเซ็นเตอร์เล่นงาน ด้วยข้อมูลและรายละเอียดบางประการที่เหล่ามิจฉาชีพอาจได้รับจากการเผลอกดโฆษณา หรือการดาวน์โหลดแอพที่ไม่พึงประสงค์ ส่งผลให้เหล่ามิจฉาชีพนั้นได้รับหมายเลขโทรศัพท์มือถือของท่านและสามารถดำเนินการโทรติดต่อเพื่อใช้กลโกงให้ท่านหลงเชื่อ ดังนั้น วันนี้เรามีวิธีแก้ดี ๆ ให้ทุกท่านมาดูกัน

 

DHL โทรมาว่ามีพัสดุตีกลับ 2565

ถือเป็นกลโกงสุดคลาสสิกสำหรับแก็งมิจฉาชีพ ที่มักใช้เพื่อหลอกและให้รายละเอียดและข้อมูลแก่ทุกท่าน เพื่อหลอกดึงข้อมูลส่วนตัว หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคารหรือแม้กระทั่งการหลอกให้ท่านดำเนินการโอนเงินค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการให้ ซึ่งทั้งหมดนั้น ทุกท่านสามารถดำเนินการป้องกันและรับมือกับกลโกงนนี้ได้ ซึ่งสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการป้องกันและรับมือกับแก็งคอลเซ็นเตอร์นี้ คือ การปฏิเสธที่จะคุยสายไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าท่านจะโมโหหรือกำลังรู้สึกหงุดหงิดกับการก่อกวนของเหล่ามิจฉาชีพ แต่ท้ายที่สุดแล้วท่านควรไม่คุย ไม่พูดและไม่ให้รายละเอียดและข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น

 

DHL หลอกลวง มิจฉาชีพหลอกลวง ทำยังไงดี

ในส่วนนี้เป็นรายละเอียดและข้อควรปฏิบัติที่ทุกท่านสามารถดำเนินการได้เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกหลอก โดยเหล่ามิจฉาชีพไม่ว่าจะเป็นบริษัท DHL/ FEDEX/ หรือแม้กระทั่งไปรษณีย์ไหย โดยเราได้ดำเนินการสรุปเป็นข้อควรปฏิบัติไว้ดังนี้

  • เมื่อท่านได้รับสายจาก มิจฉาชีพ DHL โดยเมื่อท่านแน่ใจแล้วว่าท่านไม่ได้สั่งสินค้าใด ๆ ที่ใช้บริการการจัดส่งของ DHL ให้ท่านกดวางสายโดยทันที
  • ทั้งนี้หากท่านไม่แน่ใจหรือ จำไม่ได้ว่าท่านมีการสั่งสินค้าหรือใช้บริการการจัดส่งของ DHL หรือไม่ ท่านต้องไม่ให้รายละเอียดและข้อมูลส่วนตัว หรือหลงเชื่อโอนเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากตามนโยบายของบริษัทแล้วนั้น จะไม่มีแนวปฏิบัติที่จะให้ลูกค้าโอนเงินค่าใช้จ่าใด ๆ ผ่านการโทรแจ้งโดนเด็ดขาด
  • ทุกท่านจะต้องไม่กดคลิกลิงค์หรือเปิดไฟล์ใด ๆ ก็ตามที่ได้รับจากแหล่งที่ไม่ทรายที่มา หรือเป็นการเปิดลิงค์จาก SMS ที่มีการจัดส่งมาจากหมายเลขต้นทาง เนื่องจาก ในขั้นตอนการตรวจสอบและการให้บริการลูกค้าทุกท่าน DHL จะดำเนินการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางอีเมล ซึ่งจะมีการระบุหมายเลขสินค้า พัสดุที่ชัดเจน พร้อมทั้งจะมีการระยุขื่อ – นามสกุลของท่านที่ถูกต้องชัดเจนอีกด้วย ดังนั้นอย่าคลิกหรือเปิดไฟล์ที่ไม่ทราบที่มาโดยเด็ดขาด
  • จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทาบริษัท DHL ได้รับทราบและตระหนักดีถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการอ้างชื่อบริษัท ดังนั้น หากท่านไม่แน่ใจหรือมีประเด็นคำถาม โปรดติดต่อเพื่อสอบถามกับทางบริษัทได้โดยตรง

 

ข้อสังเกตว่าท่านกำลังถูกหลอกโดยมิจฉาชีพ DHL แจ้งพัสดุตีกลับ 

สำหรับสุดท้ายนี้จะเป็นกรณีที่มีการบันทึกและเก็บข้อมูลไว้ โดยบริษัท DHL ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำความผิดโดยมิจฉาชีพซึ่งมักจะใช้กลวิธีเหล่านี้เพื่อหลอกให้ทุกท่านหลงเชื่อ ดังนั้น เรามาดูกันเลยว่าเหล่ามิจฉาชีพนั้นมีวิธีการอย่างไรบ้าง

  • โทรมาแจ้งว่าท่านมีพัสดุจัดส่ง โดยให้ท่านกดหมายเลขเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และจะใช้การพูดคุยเพื่อหลอกล่อต่อไป
  • โทรมาแจ้งว่าพัสดุจากต่างประเทศติดอยู่ศุลกากร และไม่สามารถดำเนินการจัดส่งได้ ซึ่งต้องใช้ท่านดำเนินการแอดไลน์มาพูดคุยเพื่อโอนเงินภาษีหรือค่าดำเนินการเพื่อให้สามารถจัดส่งได้
  • โทรมาแจ้งว่าท่านได้รับรางวัลและของอยู่ระหว่างการจัดส่ง แต่ต้องแจ้งข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตนเพิ่มเติม หรือต้องให้ท่านดำเนินการชำระภาษีนำเข้า
  • โทรมาแจ้งว่าท่านมีข้อกล่าวหาว่าส่งสิ่งของผิดกฎหมายและต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย โดยจะมีการหลอกล่อให้ท่านโอนเงินเพื่อให้ไม่ถูกดำเนินคดี
  • อ้างว่าท่านเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน และมีประวัติส่งพาสปอร์ต บัตรเอทีเอ็ม หรือเอกสารอื่น ๆ ไปต่างประเทศ
  • มีการดำเนินการส่งข้อความหรืออีเมล อ้างว่าเป็นบริษัท DHL ดำเนินการเชิญชวนให้ท่านกดคลิกตามลิงค์เพื่อป้อนรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม

ซึ่งทั้งหมดนั้น ยังเป็นเพียงบางส่วนสำหรับกลโกงที่เหล่ามิจฉาชีพได้ใช้ สำหรับการหลอกล่อให้ทุกท่านหลงกลและตกเป็นเหยื่อ ดังนั้นเมื่อท่านได้อ่านและศึกษารายละเอียดจากบทความจองเราแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะทราบและสามารถรับมือกับกลโกงเหล่านี้ได้ โดยอย่างไรก็ตามหากท่านมั่นใจว่าไม่มีการสั่งสินค้าหรือส่งพัสดุจากต่างประเทศ เมื่อมีสายเข้าจาก DHL ให้สันนิฐานว่าเป็นมิจฉาชีพก่อนเป็นอันดับแรกได้เลย

 

อ้างอิง 1

 

This div height required for enabling the sticky sidebar