อยากรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ต้องทำยังไง? 2568

อยากรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ต้องทำยังไง? (อัปเดตล่าสุดปี 2568)

หลายคนที่มีภาระหนี้สินจากหลากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล อาจพบกับปัญหาการบริหารจัดการหนี้ที่ยุ่งยาก เพราะต้องจ่ายหลายบัญชี หลายธนาคาร ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น และเกิดความสับสนได้ง่าย

ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกวิธีการ “รวมหนี้เป็นก้อนเดียว” (Debt Consolidation) แบบละเอียด เพื่อให้คนไทยในปี 2568 สามารถเข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้จริงครับ


รวมหนี้เป็นก้อนเดียว (Debt Consolidation) คืออะไร?

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว หรือ Debt Consolidation หมายถึงการนำหนี้สินจากหลายๆ ที่ (เช่น หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่ออื่นๆ) มารวมกันไว้กับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว เพื่อให้สะดวกต่อการจัดการ และมีอัตราดอกเบี้ยถูกลงกว่าเดิม โดยอาจเรียกอีกอย่างว่า “รีไฟแนนซ์หนี้” ก็ได้เช่นกัน


ข้อดีของการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน มาดูกันก่อนว่าการรวมหนี้มีประโยชน์อย่างไร

  • ลดภาระดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยรวมอาจถูกลงเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตหรือสินเชื่อที่ดอกเบี้ยสูงๆ
  • สะดวกในการบริหารหนี้: ชำระเพียงยอดเดียวต่อเดือน ลดความเสี่ยงที่จะลืมชำระ
  • ปรับปรุงสถานะเครดิต: ช่วยลดโอกาสการผิดนัดชำระ ทำให้เครดิตดีขึ้น และง่ายต่อการกู้ในอนาคต
  • มีเงินเหลือหมุนเวียนมากขึ้น: เพราะยอดผ่อนต่อเดือนต่ำลง ระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น ช่วยให้คุณมีสภาพคล่องดีขึ้น

ขั้นตอนในการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ปี 2568

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบภาระหนี้ปัจจุบันทั้งหมดของคุณ

ก่อนรวมหนี้ ควรเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลดังนี้:

  • จดรายการหนี้ทั้งหมดที่มี ได้แก่:
    • หนี้บัตรเครดิต จากทุกธนาคาร
    • สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ยังค้างชำระ
    • สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง
  • จดบันทึกยอดค้างชำระทั้งหมด, ดอกเบี้ยที่จ่ายต่อเดือน และค่างวดที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือน

เอกสารที่ต้องเตรียม เพื่อขอสินเชื่อรวมหนี้

การขอรวมหนี้กับธนาคารใหม่ คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สลิปเงินเดือน (ย้อนหลัง 3-6 เดือนล่าสุด) หรือ หนังสือรับรองรายได้
  • รายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้เงินโอนเข้า
  • เอกสารภาระหนี้สินปัจจุบัน เช่น สำเนาใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อที่ต้องการปิด
  • หลักฐานยืนยันที่อยู่ (เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน หรือบิลค่าสาธารณูปโภค)

ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีบริการรวมหนี้ ปี 2568

ในปัจจุบันปี 2568 ธนาคารต่างๆ ยังคงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกหนี้ โดยธนาคารและสถาบันการเงินหลักที่มีบริการสินเชื่อรวมหนี้ เช่น

  • ธนาคารออมสิน

    • บริการสินเชื่อรวมหนี้สำหรับผู้มีรายได้ประจำ หรือธุรกิจส่วนตัว ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนได้สูงสุด 7-10 ปี
    • โทรสอบถาม: 1115
  • ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Debt Consolidation Loan)

    • บริการรวมหนี้จากหลายแห่ง พร้อมเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ให้ระยะเวลาผ่อนสูงสุดถึง 10 ปี
    • โทรสอบถาม: 02-111-1111
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (สินเชื่อรวมหนี้ส่วนบุคคล SCB)

    • ให้บริการสินเชื่อรวมหนี้ พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นประมาณ 9-15% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน
    • โทรสอบถาม: 02-777-7777
  • ธนาคารกสิกรไทย (K-Debt Consolidation)

    • มีโปรแกรมเฉพาะเพื่อการรวมหนี้ของลูกค้าปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ระยะผ่อนสูงสุด 72 เดือน
    • โทรสอบถาม: 02-888-8888

เทคนิคเพิ่มโอกาสในการขออนุมัติรวมหนี้ให้ผ่านง่ายขึ้น

  1. รักษาประวัติการชำระหนี้ที่ดี

    • ไม่ควรค้างชำระเกิน 30 วันก่อนทำการรวมหนี้ หากมีประวัติชำระตรง ธนาคารมักจะอนุมัติได้ง่าย
  2. อย่าเพิ่งสร้างหนี้ใหม่ในช่วงขอรวมหนี้

    • เพราะธนาคารจะตรวจสอบประวัติหนี้ที่มีอยู่ หากพบว่าคุณยังสร้างหนี้ใหม่อยู่ อาจทำให้ธนาคารปฏิเสธได้
  3. เตรียมเอกสารให้พร้อมและชัดเจน

    • จัดการให้ครบทุกข้อที่ธนาคารระบุไว้ การจัดเตรียมเอกสารที่ดีช่วยให้ธนาคารตรวจสอบง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น
  4. เลือกสินเชื่อที่เหมาะกับรายได้ของคุณ

    • อย่าขอเกินความสามารถในการผ่อนชำระ ธนาคารจะอนุมัติง่ายเมื่อเห็นว่าคุณมีกำลังผ่อนชำระตามที่ระบุไว้

หลังจากรวมหนี้สำเร็จ ควรทำอย่างไรต่อ?

  • วางแผนการเงินใหม่อย่างจริงจัง
    • ใช้จ่ายอย่างรัดกุมมากขึ้น และเลิกสร้างหนี้เพิ่มเติม
  • ชำระหนี้ใหม่ให้ตรงเวลา
    • ชำระยอดหนี้ที่รวมหนี้แล้วให้ตรงเวลา เพื่อรักษาคะแนนเครดิตให้ดี
  • จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
    • เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเงินของตัวเองอย่างต่อเนข่อง เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินซ้ำซ้อนอีกในอนาคต

ข้อควรระวังในการรวมหนี้

  • อย่าหลงเชื่อแหล่งเงินกู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ควรศึกษาข้อกำหนดสัญญาสินเชื่ออย่างละเอียด โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไข และค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้ชัดเจนก่อนลงนาม

ด้วยขั้นตอนและข้อมูลที่นำเสนอไปนี้ คุณสามารถดำเนินการรวมหนี้เป็นก้อนเดียวได้ง่ายมากขึ้น พร้อมบริหารหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลับมามีสุขภาพทางการเงินที่ดีได้อีกครั้งในปี 2568 นี้ครับ