คลินิกแก้หนี้ ใครผ่านบ้าง? สมัครยังไงให้ผ่านฉลุย แชร์ประสบการณ์จริง 2568

คลินิกแก้หนี้ ใครผ่านบ้าง? สมัครยังไงให้ผ่านฉลุย แชร์ประสบการณ์จริง 2568

“คลินิกแก้หนี้” กลายเป็นทางออกสำคัญสำหรับคนที่มีปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แต่หลายคนสงสัยว่าโครงการนี้สมัครผ่านยากไหม และต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านการอนุมัติ วันนี้ผมจะมาบอกเทคนิคจากประสบการณ์จริง ว่าทำยังไงถึงสมัครแล้วผ่านง่ายๆ ในปี 2568


ทำความรู้จัก “คลินิกแก้หนี้” ก่อนสมัคร

คลินิกแก้หนี้เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาหนี้เสียบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลกับหลายธนาคาร และไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามเงื่อนไขเดิม โดยการรวมหนี้ทั้งหมดมาไว้ที่เดียว ช่วยให้ผ่อนง่ายขึ้น ดอกเบี้ยต่ำลง (ประมาณ 3-5% ต่อปี) และช่วยลดภาระการจ่ายหนี้ในแต่ละเดือนลงได้มาก

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะผ่านการอนุมัติโครงการนี้ง่ายๆ เรามาดูว่าใครบ้างที่ผ่าน และสมัครยังไงให้ผ่านง่ายที่สุด


ใครบ้างที่สามารถสมัครและผ่านเกณฑ์ของคลินิกแก้หนี้?

คุณสมบัติสำคัญที่ต้องมี คือ

  • ต้องเป็นบุคคลธรรมดา อายุไม่เกิน 70 ปี
  • มีหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน (สินเชื่อส่วนบุคคล) กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ
  • ต้องเป็น หนี้เสีย คือไม่ได้ผ่อนชำระต่อเนื่องเกิน 90 วัน หรือเป็น NPL แล้ว
  • มียอดหนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
  • ห้ามมีคดีความฟ้องร้อง หรือถ้ามี ต้องได้รับการยอมรับจากเจ้าหนี้แล้ว
  • ยังต้องมีรายได้ประจำ หรือมีเงินเข้าบัญชีทุกเดือนอย่างต่อเนขื่อง

วิธีสมัคร “คลินิกแก้หนี้” ให้ผ่านง่ายที่สุดในปี 2568

ขั้นตอนต่อไปนี้ เป็นการแชร์จากผู้ที่เคยสมัครแล้วผ่านการอนุมัติมาแล้ว

1. เช็กคุณสมบัติให้ชัวร์ก่อนสมัคร

ก่อนอื่นต้องเช็กคุณสมบัติของตัวเองให้ดี ถ้าไม่ตรงแม้เพียงข้อเดียวก็จะไม่ได้รับการพิจารณาเลย

  • ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร (เช็กฟรีได้ปีละ 1 ครั้ง)
  • ดูว่าหนี้คุณเป็นหนี้เสียจริงหรือยัง (ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป)
  • ต้องไม่มีคดีฟ้องร้อง หรือถ้ามี ต้องติดต่อเคลียร์กับเจ้าหนี้ก่อน

2. เตรียมเอกสารให้ครบ

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้มีดังนี้:

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • รายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารแสดงยอดหนี้ หรือเอกสารแจ้งหนี้จากเจ้าหนี้ (ใบแจ้งยอดหนี้)
  • หลักฐานรายได้ (สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน)

เคล็ดลับ:
ให้จัดเรียงเอกสารอย่างชัดเจน และครบถ้วน เพื่อช่วยให้ทางคลินิกแก้หนี้พิจารณาง่ายขึ้น ทำให้ได้รับการอนุมัติเร็วขึ้นตามไปด้วย

3. ยื่นสมัครผ่านช่องทางที่ถูกต้องและรวดเร็ว

  • สมัครผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ 👉 คลินิกแก้หนี้
  • หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วน 1443
  • สามารถติดต่อสมัครที่สำนักงานของคลินิกแก้หนี้โดยตรงได้ (มีทั้งสาขาในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด)

แนะนำให้สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะสะดวกที่สุด และรวดเร็วที่สุด

4. อย่าปกปิดข้อมูลหนี้เด็ดขาด

หลายคนพลาดเพราะกลัวไม่ผ่านเลยปกปิดข้อมูลหนี้บางส่วน การปิดบังหนี้อาจทำให้คุณถูกปฏิเสธทันที ดังนั้นควรเปิดเผยยอดหนี้จริงทุกธนาคาร


แชร์ประสบการณ์จริงจากคนที่ผ่านการอนุมัติ

จากรีวิวจริงของหลายๆ คนที่ผ่านการอนุมัติคลินิกแก้หนี้ในปี 2568 สรุปประสบการณ์ได้ดังนี้:

  • “ก่อนสมัคร เราต้องคุยกับธนาคารที่ติดหนี้ก่อน เพื่อยืนยันให้ชัดว่าเป็นหนี้เสียจริง ไม่อย่างนั้นสมัครไปก็ไม่ผ่าน”
  • “สมัครออนไลน์ง่ายที่สุดเลย เอกสารครบถ้วนภายในอาทิตย์เดียวมีคนติดต่อกลับ นัดทำสัญญาเลย”
  • “รวมหนี้แล้วดีจริง ผ่อนจากหลายหมื่นเหลือหลักพันต่อเดือน ดอกเบี้ยลดเหลือ 3-5% ต่อปีจากเดิม 18-28%”

สิ่งที่ควรระวังในการสมัครคลินิกแก้หนี้

  • หากผ่านการอนุมัติแล้ว ห้ามผิดนัดอีกเด็ดขาด เพราะถ้าคุณผิดนัดอีกครั้ง จะกลับไปเจรจาใหม่ได้ยาก
  • อย่าสร้างหนี้ใหม่เพิ่มเด็ดขาดในช่วงที่ยังผ่อนกับคลินิกแก้หนี้ เพราะจะทำให้คุณหลุดจากโครงการได้

รายละเอียดเพิ่มเติม (อัปเดตล่าสุดปี 2568)

  • ดอกเบี้ย: ปัจจุบันดอกเบี้ยของคลินิกแก้หนี้อยู่ที่ประมาณ 3-5% ต่อปี (ถูกกว่าบัตรเครดิตและสินเชื่อทั่วไปมาก)
  • ระยะเวลาการผ่อน: สูงสุดถึง 10 ปี (120 เดือน) ช่วยลดภาระรายเดือนได้มาก

ช่องทางติดต่อ “คลินิกแก้หนี้”


การสมัครคลินิกแก้หนี้ให้ผ่านไม่ยาก แค่เตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ รับรองผ่านได้ง่ายๆ แน่นอนครับ